แชร์

ยางมะตอยแต่ละชนิดใช้งานอย่างไร? เลือกให้เหมาะกับงานถนนและงานซ่อม

อัพเดทล่าสุด: 7 ต.ค. 2026
163 ผู้เข้าชม
ยางมะตอยเป็นวัสดุสำคัญที่ใช้ในงานก่อสร้างถนน งานซ่อมแซมผิวทาง งานปรับปรุงพื้นผิว และงานที่ต้องการวัสดุประสานหรือป้องกันความชื้น แต่ยางมะตอยไม่ได้มีเพียงชนิดเดียว และแต่ละเกรดก็มีคุณสมบัติรวมถึงวิธีใช้งานแตกต่างกัน

ยางมะตอยบางชนิดอยู่ในรูป Asphalt Emulsion สามารถใช้งานในลักษณะของเหลวได้ ขณะที่บางชนิดเป็น Asphalt Cement ซึ่งต้องควบคุมอุณหภูมิก่อนนำไปใช้งาน นอกจากนี้ยังมียางมะตอยชนิด Cutback Asphalt ที่ใช้ตัวทำละลายช่วยให้ยางอยู่ในสภาพเหลวและสามารถนำไปใช้งานได้

ดังนั้นก่อนเลือกซื้อควรพิจารณาจาก ประเภทงาน วิธีการก่อสร้าง สภาพพื้นผิว อุณหภูมิ และข้อกำหนดของโครงการ ไม่ควรเลือกจากชื่อยางมะตอยเพียงอย่างเดียว

บทความนี้รวบรวมแนวทางการใช้งานยางมะตอยแต่ละชนิดที่พบได้บ่อย ได้แก่ CSS-1, CSS-1h, CMS-2h, MC-70, AC 60/70, AC 80/100 และ CRS-2 เพื่อช่วยให้เลือกผลิตภัณฑ์ได้ตรงกับลักษณะงานมากขึ้น


ยางมะตอยแต่ละชนิดแตกต่างกันอย่างไร?
ก่อนเลือกใช้ ควรทำความเข้าใจก่อนว่ายางมะตอยแต่ละกลุ่มมีลักษณะการทำงานไม่เหมือนกัน

ชนิดยางมะตอย ลักษณะ งานที่เหมาะสมโดยทั่วไป
CSS-1 Asphalt Emulsion ชนิดประจุบวก เซตตัวช้า งานเตรียมพื้นทาง Prime Coat และงานที่ต้องการให้ยางแทรกซึม
CSS-1h Asphalt Emulsion ชนิดประจุบวก งาน Prime Coat และงานฉาบ/ประสานตามระบบงาน
CMS-2h Asphalt Emulsion ชนิด Medium Setting งานปะซ่อม วัสดุผสมเย็น และงานปรับระดับบางประเภท
MC-70 Cutback Asphalt ชนิด Medium Curing งาน Prime Coat และงานที่ต้องการยางในรูปเหลว
AC 60/70 Asphalt Cement งาน Asphalt Mix และงานที่ต้องใช้เป็น Asphalt Binder
AC 80/100 Asphalt Cement งานผิวทางและงานที่กำหนดให้ใช้เกรด 80/100
CRS-2 Cationic Rapid Setting Emulsion งาน Tack Coat, Chip Seal และงาน Surface Treatment บางประเภท


หมายเหตุ: การใช้งานจริงต้องยึด Specification, Mix Design, TDS และคำแนะนำของผู้ผลิตเป็นหลัก เนื่องจากวิธีใช้งานและอัตราการใช้สามารถแตกต่างกันตามผลิตภัณฑ์และลักษณะโครงการ


1. ยางมะตอย CSS-1 ใช้ทำอะไร?
CSS-1 เป็นยางมะตอยชนิดน้ำ หรือ Cationic Slow Setting Asphalt Emulsion มีลักษณะเป็น Asphalt Emulsion ที่อนุภาคยางมะตอยกระจายตัวอยู่ในน้ำ โดยใช้สาร Emulsifier ช่วยรักษาสภาพของอิมัลชัน

จุดเด่นของ CSS-1 คือมีพฤติกรรม Slow Setting หรือเซตตัวค่อนข้างช้า จึงเหมาะกับงานที่ต้องการให้ยางกระจายตัวและแทรกเข้าไปในพื้นผิวได้อย่างเหมาะสม

CSS-1 เหมาะกับงานอะไร?
หนึ่งในงานสำคัญคือ Prime Coat หรือการเตรียมพื้นทางก่อนทำผิวทางชั้นถัดไป

การใช้งานในลักษณะนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ

  • ช่วยให้ยางแทรกซึมเข้าไปในช่องว่างของชั้นพื้นทาง
  • ช่วยลดการซึมผ่านของความชื้น
  • ช่วยสร้างการยึดเหนี่ยวระหว่างชั้นวัสดุ
  • เตรียมพื้นทางสำหรับการก่อสร้างชั้นผิวทางต่อไป

วิธีใช้ CSS-1
โดยทั่วไปจะเตรียมพื้นทางให้เรียบร้อยก่อน จากนั้นจึงพ่นหรือราด CSS-1 ให้กระจายตัวอย่างสม่ำเสมอ

ข้อมูลผลิตภัณฑ์ที่ให้มาระบุอัตราการใช้งานสำหรับ Prime Coat ประมาณ 0.8–1.4 ลิตร/ตารางเมตร และต้องรอให้วัสดุเซตตัวก่อนดำเนินงานขั้นต่อไป

อย่างไรก็ตาม อัตราการใช้จริงควรพิจารณาจากสภาพพื้นทางและข้อกำหนดของโครงการ

CSS-1 เหมาะกับใคร?
เหมาะกับผู้ที่ต้องการยางมะตอยสำหรับ งานเตรียมพื้นทางและ Prime Coat โดยเฉพาะงานที่ต้องการการแทรกซึมและการยึดเหนี่ยวระหว่างชั้นวัสดุ

2. ยางมะตอย CSS-1h ใช้ทำอะไร?
CSS-1h เป็นยางมะตอยอิมัลชันชนิดประจุบวกที่มีลักษณะการใช้งานใกล้เคียงกับ CSS-1 โดยเหมาะกับงานเตรียมพื้นทางและงานที่ต้องการสร้างการยึดเกาะระหว่างชั้นวัสดุ

CSS-1h เหมาะกับงานอะไร?
การใช้งานหลักคือ Prime Coat

Prime Coat คือการราดหรือพ่นยางชนิดเหลวลงบนพื้นทางที่ผ่านการเตรียมและปรับสภาพแล้ว เพื่อให้ยางช่วยแทรกเข้าไปในช่องว่างของพื้นทาง และช่วยสร้างชั้นประสานก่อนทำผิวทางในขั้นตอนต่อไป

นอกจากนี้ข้อมูลสินค้ายังระบุถึงการนำ CSS-1h ไปใช้ร่วมกับวัสดุมวลรวม น้ำ และซีเมนต์ในระบบงานที่มีการกำหนดสัดส่วนอย่างเหมาะสม

วิธีใช้ CSS-1h
  • เตรียมและปรับระดับพื้นทาง
  • ทำความสะอาดพื้นผิว
  • พ่นหรือราด CSS-1h ตามอัตราที่ออกแบบ
  • รอให้เกิดการเซตตัวตามสภาพหน้างาน
  • ดำเนินงานชั้นถัดไปตาม Specification
CSS-1h ต่างจาก CRS-2 อย่างไร?
จุดที่ควรจำง่าย ๆ คือ อย่าดูแค่คำว่า “ยางมะตอยชนิดน้ำ” แล้วคิดว่าใช้แทนกันได้ทั้งหมด

CSS-1h เน้นไปทางงานเตรียมพื้นทางและระบบงานที่ต้องการการแทรกซึมหรือประสานพื้นทาง ขณะที่ CRS-2 อยู่ในกลุ่ม Rapid Setting และเหมาะกับงานประสานผิวทาง เช่น Tack Coat หรือ Surface Treatment บางประเภท

3. ยางมะตอย CMS-2h ใช้ทำอะไร?
CMS-2h เป็นยางมะตอยน้ำชนิดที่เหมาะกับงานที่ต้องการนำไปใช้ในรูปแบบของเหลว โดยเฉพาะงานซ่อมผิวทางและงานวัสดุผสมเย็น

CMS-2h เหมาะกับงานอะไร?
เหมาะสำหรับ
  • งานปะซ่อมผิวทางแอสฟัลต์
  • งานขุดซ่อมผิวทาง
  • งานปรับระดับ
  • งานเสริมผิว
  • งานทำวัสดุผสมเย็น หรือ Cold Mixed Asphalt
  • งานทางเดินขนาดเล็ก
  • งานที่ไม่ได้รับน้ำหนักการจราจรสูงมาก
  • งานซ่อมบำรุงบางประเภท
จุดเด่นคือสามารถนำไปใช้กับงาน Cold Mix โดยไม่จำเป็นต้องใช้ความร้อนสูงในการทำให้ยางอยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน

วิธีใช้ CMS-2h กับ Cold Mix
หลักการทำงานโดยทั่วไปคือการนำ CMS-2h ไปผสมกับมวลรวมที่เตรียมไว้ให้เหมาะสม จากนั้นนำส่วนผสมไปใช้ในพื้นที่ที่ต้องการซ่อมแซมหรือปรับระดับ

ขั้นตอนหลักคือ

เตรียมพื้นที่ → เตรียมมวลรวม → ผสม CMS-2h → นำไปปะซ่อม → ปรับระดับ → บดอัด

สัดส่วนของยางและมวลรวมไม่ควรกำหนดจากสูตรเดียวสำหรับทุกงาน เพราะต้องพิจารณาชนิดของวัสดุ สภาพพื้นที่ และวิธีการก่อสร้าง

CMS-2h เหมาะกับงานแบบไหนที่สุด?
หากงานเป็น การปะซ่อมหลุม งานซ่อมผิวทาง หรือการทำ Cold Mix CMS-2h เป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์ที่ควรพิจารณา

4. ยางมะตอย MC-70 ใช้ทำอะไร?
MC-70 หรือ Medium Curing Cutback Asphalt เป็นยางมะตอยที่ทำให้มีลักษณะเหลวโดยผสม Asphalt Cement กับสารละลายหรือ Solvent เพื่อให้สามารถนำไปใช้งานในรูปของเหลวได้

เมื่อใช้งาน สารละลายจะค่อย ๆ ระเหยออก เหลือส่วนของ Asphalt Cement ทำหน้าที่เป็นวัสดุประสาน

MC-70 เหมาะกับงานอะไร?
งานที่พบได้คือ Prime Coat

โดยใช้ราดหรือพ่นลงบนพื้นทางที่ผ่านการเตรียมและปรับปรุงแล้ว เพื่อให้ยางสามารถแทรกเข้าไปในช่องว่างของพื้นทาง และช่วยสร้างการประสานระหว่างชั้นวัสดุ

วิธีใช้ MC-70
แนวทางทั่วไปคือ
  • เตรียมพื้นทาง
  • ทำความสะอาดพื้นผิว
  • ตรวจสอบสภาพความชื้น
  • พ่นหรือราด MC-70 ตามอัตราที่กำหนด
  • ปล่อยให้สารละลายระเหยและวัสดุเกิดการ Curing
  • ดำเนินการก่อสร้างชั้นถัดไปตามข้อกำหนด
MC-70 ต่างจาก Asphalt Emulsion อย่างไร?
ความแตกต่างสำคัญคือ MC-70 ใช้สารละลายเป็นตัวช่วยให้ Asphalt อยู่ในรูปเหลว ในขณะที่ Asphalt Emulsion เช่น CSS-1 หรือ CRS-2 ใช้น้ำและระบบ Emulsifier ช่วยให้อนุภาค Asphalt กระจายตัวในรูปอิมัลชัน

ดังนั้นจึงไม่ควรนำ MC-70, CSS-1 และ CRS-2 มาใช้แทนกันโดยไม่ตรวจสอบ Specification ของงาน

5. ยางมะตอย AC 60/70 ใช้ทำอะไร?
AC 60/70 หรือ Asphalt Cement 60/70 เป็นยางมะตอยประเภท Asphalt Binder หรือ Paving Grade Bitumen ในกลุ่ม Penetration Grade

ตัวเลข 60/70 เกี่ยวข้องกับค่าการทะลวงของเข็ม หรือ Penetration ซึ่งใช้เป็นส่วนหนึ่งในการจำแนกเกรดของยางมะตอย

AC 60/70 เหมาะกับงานอะไร?
ใช้เป็นวัสดุประสานในงาน เช่น
  • การผลิต Asphalt Mix
  • งานก่อสร้างถนน
  • งานปรับปรุงผิวทาง
  • งานซ่อมบำรุงถนนบางประเภท
  • งานที่ต้องการ Asphalt Binder
  • งานที่ Specification ระบุให้ใช้ Penetration Grade 60/70
AC 60/70 ทำหน้าที่เป็น Binder ที่ช่วยเคลือบและยึดเกาะมวลรวมเข้าด้วยกัน โดยปริมาณที่ใช้ต้องอ้างอิงจาก Mix Design ของงาน ไม่ควรกำหนดเปอร์เซ็นต์ตายตัวสำหรับทุกโครงการ

AC 60/70 ต้องทำให้ร้อนหรือไม่?
โดยทั่วไป Asphalt Cement ต้องควบคุมอุณหภูมิให้เหมาะสมกับกระบวนการใช้งาน เนื่องจากเมื่ออุณหภูมิสูงขึ้น ความหนืดจะลดลง ทำให้วัสดุไหลและผสมกับมวลรวมได้ง่ายขึ้น

ดังนั้นการใช้งาน AC 60/70 จึงแตกต่างจาก Asphalt Emulsion เช่น CRS-2 ซึ่งถูกออกแบบมาให้อยู่ในรูปของเหลว

AC 60/70 เหมาะกับงานอะไรที่สุด?
หากเป็นงานที่ต้องการ Asphalt Binder สำหรับผลิต Asphalt Mix หรือ Asphalt Concrete ควรพิจารณา AC 60/70 ตาม Specification และ Mix Design ของโครงการ

AC 60/70 คือ Binder ส่วน Asphalt Concrete คือวัสดุผสมที่ประกอบด้วย Binder และมวลรวม ไม่ใช่สิ่งเดียวกัน

6. ยางมะตอย AC 80/100 ใช้ทำอะไร?
AC 80/100 หรือ Asphalt Cement 80/100 เป็นยางมะตอยบริสุทธิ์ในกลุ่ม Penetration Grade เช่นเดียวกับ AC 60/70 แต่มีช่วงค่า Penetration แตกต่างกัน

โดยหลักการทั่วไป ค่าการทะลวงมากขึ้นหมายถึงวัสดุมีแนวโน้มอ่อนกว่า ดังนั้น AC 80/100 จึงมีแนวโน้มอ่อนกว่า AC 60/70 เมื่อเปรียบเทียบภายใต้ระบบเดียวกัน

AC 80/100 เหมาะกับงานอะไร?
สามารถใช้ในงานที่ Specification กำหนดให้ใช้เกรด 80/100 เช่น
  • งานก่อสร้างถนน
  • งานผลิต Asphalt Mix
  • งานปรับปรุงผิวทาง
  • งานซ่อมบำรุงผิวทาง
  • งานที่ต้องใช้ Asphalt Binder
  • งานที่ต้องการวัสดุประสานสำหรับมวลรวม
AC 80/100 ต้องใช้อย่างไร?
เนื่องจากเป็น Asphalt Cement จึงต้องพิจารณาอุณหภูมิและวิธีการใช้งานให้เหมาะสม โดยเฉพาะเมื่อใช้เป็น Binder ใน Asphalt Mix

ไม่ควรสรุปว่า AC 80/100 ดีกว่า AC 60/70 หรือกลับกัน เพราะเกรดที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ ปริมาณการจราจร ลักษณะงาน Mix Design และ Specification ของโครงการ

7. ยางมะตอย CRS-2 ใช้ทำอะไร?
CRS-2 หรือ Cationic Rapid Setting Asphalt Emulsion เป็นยางมะตอยอิมัลชันชนิดประจุบวกที่อยู่ในกลุ่ม Rapid Setting

ระบบของ CRS-2 ประกอบด้วย Asphalt, Water และ Emulsifying Agent โดยอาจมีสารเติมแต่งอื่นตามสูตรของผู้ผลิต

จุดสำคัญคือ CRS-2 สามารถอยู่ในรูปของเหลวสำหรับนำไปกระจายบนพื้นผิวหรือมวลรวม จากนั้นเกิดกระบวนการ Breaking ทำให้ Asphalt กลับมารวมตัวและทำหน้าที่เป็น Binder

CRS-2 เหมาะกับงานอะไร?
เหมาะกับงาน เช่น
  • Tack Coat
  • Chip Seal
  • Surface Treatment
  • Seal Treatment
  • งานบำรุงรักษาผิวทางบางประเภท
  • งานที่ต้องการวัสดุประสานระหว่างผิวทางกับมวลรวม
ในงาน Chip Seal หลักการทำงานคือ

เตรียมพื้นผิว → พ่น CRS-2 → โรย Aggregate → บดอัด → เกิด Breaking → ได้ชั้นผิวทาง

CRS-2 ต้องต้มก่อนใช้หรือไม่?
จุดเด่นของ Asphalt Emulsion คือสามารถใช้งานในรูปของเหลวได้โดยไม่จำเป็นต้องใช้ความร้อนสูงแบบ Asphalt Cement

อย่างไรก็ตาม ไม่ควรตีความว่าไม่ต้องสนใจอุณหภูมิเลย เพราะอุณหภูมิของวัสดุ พื้นผิว และสภาพอากาศยังส่งผลต่อการพ่น การกระจายตัว และการ Breaking ของ CRS-2

CRS-2 เหมาะกับงานแบบไหนที่สุด?
หากต้องการยางสำหรับ Tack Coat, Chip Seal หรือ Surface Treatment ควรพิจารณา CRS-2 ตามระบบงานและ Specification ของโครงการ

CSS-1, CSS-1h, CMS-2h และ CRS-2 ต่างกันอย่างไร?
ยางมะตอยทั้ง 4 ชนิดเป็นผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม Asphalt Emulsion แต่ไม่ได้หมายความว่าจะใช้งานแทนกันได้ทั้งหมด

CSS-1
เหมาะกับงานที่ต้องการการเซตตัวช้ากว่า เช่น งานเตรียมพื้นทางและ Prime Coat

CSS-1h
เหมาะกับงาน Prime Coat และระบบงานที่ต้องการการประสานหรือเตรียมพื้นผิวตามข้อกำหนด

CMS-2h
เหมาะกับงานปะซ่อมและการทำ Cold Mixed Asphalt รวมถึงงานปรับระดับบางประเภท

CRS-2
เป็น Rapid Setting Emulsion เหมาะกับงานที่ต้องการการเซตตัวเร็วกว่า เช่น Tack Coat, Chip Seal และ Surface Treatment

ดังนั้นวิธีเลือกที่ง่ายที่สุดคือ เริ่มจากประเภทงานก่อน แล้วจึงเลือกเกรดยางมะตอย

AC 60/70, AC 80/100 และ MC-70 ต่างกันอย่างไร?
แม้ชื่อจะคล้ายกัน แต่ทั้งสามชนิดมีรูปแบบการใช้งานแตกต่างกัน

ผลิตภัณฑ์ ประเภท ลักษณะสำคัญ งานโดยทั่วไป
AC 60/70 Asphalt Cement Asphalt Binder กลุ่ม Penetration Grade Asphalt Mix / งานทาง
AC 80/100 Asphalt Cement Asphalt Binder กลุ่ม Penetration Grade Asphalt Mix / งานทาง
MC-70 Cutback Asphalt ใช้ Solvent ช่วยให้ยางอยู่ในรูปเหลว Prime Coat

AC 60/70 และ AC 80/100 เป็น Asphalt Binder ขณะที่ MC-70 เป็น Cutback Asphalt ซึ่งมีตัวทำละลายเป็นส่วนหนึ่งของระบบผลิตภัณฑ์

จึงควรเลือกจากวิธีการก่อสร้างและ Specification ไม่ใช่เลือกจากความรู้สึกว่า “ตัวไหนเหลวกว่าก็น่าจะใช้ง่ายกว่า” เพราะงานก่อสร้างไม่ค่อยสนใจความรู้สึกเราเท่าไรนัก

ถ้าจะทำงาน Prime Coat ควรเลือกยางตัวไหน?
สำหรับงาน Prime Coat ต้องดู Specification ของโครงการก่อน โดยผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับลักษณะงานนี้จากรายการสินค้าที่มี ได้แก่
  • CSS-1
  • CSS-1h
  • MC-70
แต่ทั้งสามตัวไม่ได้หมายความว่าสามารถใช้แทนกันได้ทุกกรณี

การเลือกควรพิจารณา
  • ชนิดของพื้นทาง
  • ความพรุนของพื้นผิว
  • ความชื้น
  • วิธีการก่อสร้าง
  • อัตราการใช้
  • ระยะเวลาการ Curing หรือ Setting
  • Specification ของโครงการ
ถ้าจะทำ Tack Coat ควรเลือกยางตัวไหน?
Tack Coat มีหน้าที่หลักในการช่วยสร้างการยึดเกาะระหว่างชั้นแอสฟัลต์

จากรายการผลิตภัณฑ์นี้ CRS-2 เป็นตัวที่ระบุการใช้งานด้าน Tack Coat โดยตรง

ก่อนพ่นต้องเตรียมพื้นผิวให้สะอาด กำจัดฝุ่น เศษวัสดุ และสิ่งสกปรก รวมถึงควบคุมอัตราการพ่นให้สม่ำเสมอ

หากพ่นมากเกินไปอาจทำให้เกิดยางส่วนเกินบนผิวทาง ขณะที่หากพ่นน้อยเกินไปอาจทำให้การยึดเกาะไม่เพียงพอ

ถ้าจะปะซ่อมหลุมหรือทำ Cold Mix ควรเลือกตัวไหน?
สำหรับงาน ปะซ่อมผิวทางและ Cold Mixed Asphalt ผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับลักษณะงานตามข้อมูลที่ให้มาคือ CMS-2h

แนวทางการทำงานคือ

เตรียมหลุมหรือพื้นที่เสียหาย → ทำความสะอาด → เตรียมวัสดุผสม → ผสม CMS-2h → เทหรือปะลงพื้นที่ → ปรับระดับ → บดอัด

อย่างไรก็ตาม หากความเสียหายเกิดจากปัญหาโครงสร้างชั้นทาง การใช้ยางมะตอยปะผิวเพียงอย่างเดียวอาจไม่สามารถแก้ปัญหาที่ต้นเหตุได้

ถ้าจะทำ Asphalt Concrete ควรเลือกตัวไหน?
งาน Asphalt Concrete ต้องแยกให้ออกระหว่าง “ยางมะตอย” กับ “ส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีต”

Asphalt Concrete ประกอบด้วยมวลรวมและ Asphalt Binder ตาม Mix Design โดย AC 60/70 หรือ AC 80/100 อาจทำหน้าที่เป็น Binder หาก Specification กำหนดให้ใช้เกรดดังกล่าว

ปริมาณยางมะตอยต้องมาจาก Mix Design ไม่ควรใช้สูตรตายตัวกับทุกงาน เพราะขนาดคละของมวลรวม ปริมาณการจราจร สภาพอากาศ และคุณสมบัติของวัสดุมีผลต่อการออกแบบส่วนผสม

วิธีเลือกยางมะตอยให้เหมาะกับงานแบบง่าย ๆ
หากยังไม่แน่ใจว่าควรเลือกผลิตภัณฑ์ตัวไหน สามารถเริ่มต้นจากคำถามง่าย ๆ ดังนี้

ต้องการเตรียมพื้นทางก่อนทำผิวทาง
พิจารณา CSS-1, CSS-1h หรือ MC-70 ตาม Specification

ต้องการปะซ่อมและทำ Cold Mix
พิจารณา CMS-2h

ต้องการ Tack Coat
พิจารณา CRS-2

ต้องการทำ Chip Seal หรือ Surface Treatment
พิจารณา CRS-2 ตามระบบงาน

ต้องการผลิต Asphalt Mix
พิจารณา AC 60/70 หรือ AC 80/100 ตาม Mix Design และ Specification

สิ่งที่ต้องตรวจสอบก่อนนำยางมะตอยไปใช้งาน
ไม่ว่าจะเลือกยางมะตอยชนิดใด ควรตรวจสอบข้อมูลต่อไปนี้ก่อนเริ่มงาน
  • ประเภทของยางมะตอย
  • Grade
  • Specification ของโครงการ
  • Technical Data Sheet (TDS)
  • Safety Data Sheet (SDS)
  • COA หากโครงการกำหนด
  • Batch/Lot
  • วันที่ผลิต
  • วิธีการจัดเก็บ
  • อัตราการใช้
  • อุณหภูมิที่เหมาะสม
  • สภาพพื้นผิว
  • สภาพอากาศ
  • วิธีการพ่นหรือผสม
  • อุปกรณ์ที่ใช้ในการก่อสร้าง
สำหรับ Asphalt Emulsion ควรให้ความสำคัญกับกระบวนการ Breaking และสภาพหน้างาน เช่น อุณหภูมิ ความชื้น ชนิดมวลรวม และอัตราการพ่น

ส่วน Asphalt Cement ควรให้ความสำคัญกับการควบคุมอุณหภูมิ เพราะความหนืดของวัสดุเปลี่ยนแปลงตามอุณหภูมิ

สิ่งสำคัญที่สุดคือ ไม่มี “ยางมะตอยตัวเดียวที่ดีที่สุดสำหรับทุกงาน” เพราะแต่ละผลิตภัณฑ์ถูกออกแบบมาให้เหมาะกับสภาพงานและกระบวนการก่อสร้างที่แตกต่างกัน

ก่อนสั่งซื้อควรระบุให้ชัดเจนว่า นำไปใช้กับงานอะไร พื้นผิวเป็นแบบไหน ต้องการพ่น ผสม หรือปะซ่อม และโครงการกำหนด Specification ใด จากนั้นจึงเลือก Grade ที่ตรงกับงาน

สำหรับผลิตภัณฑ์ที่บรรจุ ถังใหญ่ 200 ลิตร ปริมาตรของถังไม่ได้บอกว่าทำงานได้กี่ตารางเมตรโดยอัตโนมัติ เพราะพื้นที่ใช้งานขึ้นอยู่กับอัตราการใช้ของงานนั้น ๆ หากทราบอัตราการใช้ สามารถคำนวณเบื้องต้นได้จาก

พื้นที่ที่ทำได้ = ปริมาณยางมะตอย ÷ อัตราการใช้ต่อตารางเมตร

แต่ในการทำงานจริงควรเผื่อปัจจัยด้านการสูญเสีย สภาพพื้นผิว วิธีการพ่น และข้อกำหนดของโครงการด้วย

ดูสินค้ายางมะตอย

 


บทความที่เกี่ยวข้อง
อิฐมอญ เลือกอย่างไรให้เหมาะกับงานก่อ? รู้ก่อนสั่งซื้อ
กำลังมองหา อิฐมอญ สำหรับก่อผนังบ้าน อาคาร หรืองานต่อเติม แต่ไม่แน่ใจว่าควรเลือกแบบไหนและต้องใช้จำนวนเท่าไร? การเลือกอิฐมอญไม่ควรดูเพียงราคา แต่ควรพิจารณาขนาด คุณภาพของก้อน ลักษณะผนัง และวิธีการก่อ หากเลือกหรือคำนวณไม่เหมาะสม อาจทำให้อิฐไม่พอ ผนังก่อได้ไม่ตรงแนว หรือเกิดปัญหาแตกร้าวภายหลัง
ลวดหนาม เลือกแบบไหนให้เหมาะกับพื้นที่? เรื่องที่ควรรู้ก่อนติดตั้ง
กำลังมองหา ลวดหนาม สำหรับทำแนวรั้ว แบ่งเขตที่ดิน พื้นที่เกษตร หรือฟาร์ม แต่ไม่แน่ใจว่าต้องใช้กี่ม้วนและควรติดตั้งกี่แนว? การเลือกและติดตั้งลวดหนามควรพิจารณาทั้งความยาวแนวรั้ว จำนวนแนวลวด ระยะห่างของเสา และสภาพพื้นที่ หากคำนวณไม่เหมาะสมอาจทำให้ลวดไม่พอ แนวลวดหย่อน หรือต้องแก้ไขหน้างานภายหลัง
น้ำยาประสานคอนกรีต ใช้อย่างไรให้ยึดเกาะดี? รู้ก่อนนำไปใช้งาน
กำลังซ่อมแซมหรือต่อเติมงานคอนกรีต แต่พบปัญหา คอนกรีตใหม่ยึดติดกับคอนกรีตเดิมไม่ดี หลุดร่อน หรือแตกร้าว และไม่แน่ใจว่าควรใช้น้ำยาประสานคอนกรีตอย่างไร? การยึดเกาะไม่ได้ขึ้นอยู่กับน้ำยาเพียงอย่างเดียว แต่ยังต้องพิจารณาการเตรียมพื้นผิว สภาพความชื้น วิธีใช้งาน และประเภทของวัสดุที่ต้องการประสาน
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy