ยางมะตอยแต่ละชนิดใช้งานอย่างไร? เลือกให้เหมาะกับงานถนนและงานซ่อม

ยางมะตอยบางชนิดอยู่ในรูป Asphalt Emulsion สามารถใช้งานในลักษณะของเหลวได้ ขณะที่บางชนิดเป็น Asphalt Cement ซึ่งต้องควบคุมอุณหภูมิก่อนนำไปใช้งาน นอกจากนี้ยังมียางมะตอยชนิด Cutback Asphalt ที่ใช้ตัวทำละลายช่วยให้ยางอยู่ในสภาพเหลวและสามารถนำไปใช้งานได้
ดังนั้นก่อนเลือกซื้อควรพิจารณาจาก ประเภทงาน วิธีการก่อสร้าง สภาพพื้นผิว อุณหภูมิ และข้อกำหนดของโครงการ ไม่ควรเลือกจากชื่อยางมะตอยเพียงอย่างเดียว
บทความนี้รวบรวมแนวทางการใช้งานยางมะตอยแต่ละชนิดที่พบได้บ่อย ได้แก่ CSS-1, CSS-1h, CMS-2h, MC-70, AC 60/70, AC 80/100 และ CRS-2 เพื่อช่วยให้เลือกผลิตภัณฑ์ได้ตรงกับลักษณะงานมากขึ้น
ยางมะตอยแต่ละชนิดแตกต่างกันอย่างไร?
ก่อนเลือกใช้ ควรทำความเข้าใจก่อนว่ายางมะตอยแต่ละกลุ่มมีลักษณะการทำงานไม่เหมือนกัน
| ชนิดยางมะตอย | ลักษณะ | งานที่เหมาะสมโดยทั่วไป |
| CSS-1 | Asphalt Emulsion ชนิดประจุบวก เซตตัวช้า | งานเตรียมพื้นทาง Prime Coat และงานที่ต้องการให้ยางแทรกซึม |
| CSS-1h | Asphalt Emulsion ชนิดประจุบวก | งาน Prime Coat และงานฉาบ/ประสานตามระบบงาน |
| CMS-2h | Asphalt Emulsion ชนิด Medium Setting | งานปะซ่อม วัสดุผสมเย็น และงานปรับระดับบางประเภท |
| MC-70 | Cutback Asphalt ชนิด Medium Curing | งาน Prime Coat และงานที่ต้องการยางในรูปเหลว |
| AC 60/70 | Asphalt Cement | งาน Asphalt Mix และงานที่ต้องใช้เป็น Asphalt Binder |
| AC 80/100 | Asphalt Cement | งานผิวทางและงานที่กำหนดให้ใช้เกรด 80/100 |
| CRS-2 | Cationic Rapid Setting Emulsion | งาน Tack Coat, Chip Seal และงาน Surface Treatment บางประเภท |
หมายเหตุ: การใช้งานจริงต้องยึด Specification, Mix Design, TDS และคำแนะนำของผู้ผลิตเป็นหลัก เนื่องจากวิธีใช้งานและอัตราการใช้สามารถแตกต่างกันตามผลิตภัณฑ์และลักษณะโครงการ

1. ยางมะตอย CSS-1 ใช้ทำอะไร?
CSS-1 เป็นยางมะตอยชนิดน้ำ หรือ Cationic Slow Setting Asphalt Emulsion มีลักษณะเป็น Asphalt Emulsion ที่อนุภาคยางมะตอยกระจายตัวอยู่ในน้ำ โดยใช้สาร Emulsifier ช่วยรักษาสภาพของอิมัลชัน
จุดเด่นของ CSS-1 คือมีพฤติกรรม Slow Setting หรือเซตตัวค่อนข้างช้า จึงเหมาะกับงานที่ต้องการให้ยางกระจายตัวและแทรกเข้าไปในพื้นผิวได้อย่างเหมาะสม
CSS-1 เหมาะกับงานอะไร?
หนึ่งในงานสำคัญคือ Prime Coat หรือการเตรียมพื้นทางก่อนทำผิวทางชั้นถัดไป
การใช้งานในลักษณะนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ
- ช่วยให้ยางแทรกซึมเข้าไปในช่องว่างของชั้นพื้นทาง
- ช่วยลดการซึมผ่านของความชื้น
- ช่วยสร้างการยึดเหนี่ยวระหว่างชั้นวัสดุ
- เตรียมพื้นทางสำหรับการก่อสร้างชั้นผิวทางต่อไป
วิธีใช้ CSS-1
โดยทั่วไปจะเตรียมพื้นทางให้เรียบร้อยก่อน จากนั้นจึงพ่นหรือราด CSS-1 ให้กระจายตัวอย่างสม่ำเสมอ
ข้อมูลผลิตภัณฑ์ที่ให้มาระบุอัตราการใช้งานสำหรับ Prime Coat ประมาณ 0.8–1.4 ลิตร/ตารางเมตร และต้องรอให้วัสดุเซตตัวก่อนดำเนินงานขั้นต่อไป
อย่างไรก็ตาม อัตราการใช้จริงควรพิจารณาจากสภาพพื้นทางและข้อกำหนดของโครงการ
CSS-1 เหมาะกับใคร?
เหมาะกับผู้ที่ต้องการยางมะตอยสำหรับ งานเตรียมพื้นทางและ Prime Coat โดยเฉพาะงานที่ต้องการการแทรกซึมและการยึดเหนี่ยวระหว่างชั้นวัสดุ
CSS-1h เป็นยางมะตอยอิมัลชันชนิดประจุบวกที่มีลักษณะการใช้งานใกล้เคียงกับ CSS-1 โดยเหมาะกับงานเตรียมพื้นทางและงานที่ต้องการสร้างการยึดเกาะระหว่างชั้นวัสดุ
CSS-1h เหมาะกับงานอะไร?
การใช้งานหลักคือ Prime Coat
Prime Coat คือการราดหรือพ่นยางชนิดเหลวลงบนพื้นทางที่ผ่านการเตรียมและปรับสภาพแล้ว เพื่อให้ยางช่วยแทรกเข้าไปในช่องว่างของพื้นทาง และช่วยสร้างชั้นประสานก่อนทำผิวทางในขั้นตอนต่อไป
นอกจากนี้ข้อมูลสินค้ายังระบุถึงการนำ CSS-1h ไปใช้ร่วมกับวัสดุมวลรวม น้ำ และซีเมนต์ในระบบงานที่มีการกำหนดสัดส่วนอย่างเหมาะสม
วิธีใช้ CSS-1h
- เตรียมและปรับระดับพื้นทาง
- ทำความสะอาดพื้นผิว
- พ่นหรือราด CSS-1h ตามอัตราที่ออกแบบ
- รอให้เกิดการเซตตัวตามสภาพหน้างาน
- ดำเนินงานชั้นถัดไปตาม Specification
จุดที่ควรจำง่าย ๆ คือ อย่าดูแค่คำว่า “ยางมะตอยชนิดน้ำ” แล้วคิดว่าใช้แทนกันได้ทั้งหมด
CSS-1h เน้นไปทางงานเตรียมพื้นทางและระบบงานที่ต้องการการแทรกซึมหรือประสานพื้นทาง ขณะที่ CRS-2 อยู่ในกลุ่ม Rapid Setting และเหมาะกับงานประสานผิวทาง เช่น Tack Coat หรือ Surface Treatment บางประเภท
3. ยางมะตอย CMS-2h ใช้ทำอะไร?
CMS-2h เป็นยางมะตอยน้ำชนิดที่เหมาะกับงานที่ต้องการนำไปใช้ในรูปแบบของเหลว โดยเฉพาะงานซ่อมผิวทางและงานวัสดุผสมเย็น
CMS-2h เหมาะกับงานอะไร?
เหมาะสำหรับ
- งานปะซ่อมผิวทางแอสฟัลต์
- งานขุดซ่อมผิวทาง
- งานปรับระดับ
- งานเสริมผิว
- งานทำวัสดุผสมเย็น หรือ Cold Mixed Asphalt
- งานทางเดินขนาดเล็ก
- งานที่ไม่ได้รับน้ำหนักการจราจรสูงมาก
- งานซ่อมบำรุงบางประเภท
วิธีใช้ CMS-2h กับ Cold Mix
หลักการทำงานโดยทั่วไปคือการนำ CMS-2h ไปผสมกับมวลรวมที่เตรียมไว้ให้เหมาะสม จากนั้นนำส่วนผสมไปใช้ในพื้นที่ที่ต้องการซ่อมแซมหรือปรับระดับ
ขั้นตอนหลักคือ
เตรียมพื้นที่ → เตรียมมวลรวม → ผสม CMS-2h → นำไปปะซ่อม → ปรับระดับ → บดอัด
สัดส่วนของยางและมวลรวมไม่ควรกำหนดจากสูตรเดียวสำหรับทุกงาน เพราะต้องพิจารณาชนิดของวัสดุ สภาพพื้นที่ และวิธีการก่อสร้าง
CMS-2h เหมาะกับงานแบบไหนที่สุด?
หากงานเป็น การปะซ่อมหลุม งานซ่อมผิวทาง หรือการทำ Cold Mix CMS-2h เป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์ที่ควรพิจารณา
4. ยางมะตอย MC-70 ใช้ทำอะไร?
MC-70 หรือ Medium Curing Cutback Asphalt เป็นยางมะตอยที่ทำให้มีลักษณะเหลวโดยผสม Asphalt Cement กับสารละลายหรือ Solvent เพื่อให้สามารถนำไปใช้งานในรูปของเหลวได้
เมื่อใช้งาน สารละลายจะค่อย ๆ ระเหยออก เหลือส่วนของ Asphalt Cement ทำหน้าที่เป็นวัสดุประสาน
MC-70 เหมาะกับงานอะไร?
งานที่พบได้คือ Prime Coat
โดยใช้ราดหรือพ่นลงบนพื้นทางที่ผ่านการเตรียมและปรับปรุงแล้ว เพื่อให้ยางสามารถแทรกเข้าไปในช่องว่างของพื้นทาง และช่วยสร้างการประสานระหว่างชั้นวัสดุ
วิธีใช้ MC-70
แนวทางทั่วไปคือ
- เตรียมพื้นทาง
- ทำความสะอาดพื้นผิว
- ตรวจสอบสภาพความชื้น
- พ่นหรือราด MC-70 ตามอัตราที่กำหนด
- ปล่อยให้สารละลายระเหยและวัสดุเกิดการ Curing
- ดำเนินการก่อสร้างชั้นถัดไปตามข้อกำหนด
ความแตกต่างสำคัญคือ MC-70 ใช้สารละลายเป็นตัวช่วยให้ Asphalt อยู่ในรูปเหลว ในขณะที่ Asphalt Emulsion เช่น CSS-1 หรือ CRS-2 ใช้น้ำและระบบ Emulsifier ช่วยให้อนุภาค Asphalt กระจายตัวในรูปอิมัลชัน
ดังนั้นจึงไม่ควรนำ MC-70, CSS-1 และ CRS-2 มาใช้แทนกันโดยไม่ตรวจสอบ Specification ของงาน
5. ยางมะตอย AC 60/70 ใช้ทำอะไร?
AC 60/70 หรือ Asphalt Cement 60/70 เป็นยางมะตอยประเภท Asphalt Binder หรือ Paving Grade Bitumen ในกลุ่ม Penetration Grade
ตัวเลข 60/70 เกี่ยวข้องกับค่าการทะลวงของเข็ม หรือ Penetration ซึ่งใช้เป็นส่วนหนึ่งในการจำแนกเกรดของยางมะตอย
AC 60/70 เหมาะกับงานอะไร?
ใช้เป็นวัสดุประสานในงาน เช่น
- การผลิต Asphalt Mix
- งานก่อสร้างถนน
- งานปรับปรุงผิวทาง
- งานซ่อมบำรุงถนนบางประเภท
- งานที่ต้องการ Asphalt Binder
- งานที่ Specification ระบุให้ใช้ Penetration Grade 60/70
AC 60/70 ต้องทำให้ร้อนหรือไม่?
โดยทั่วไป Asphalt Cement ต้องควบคุมอุณหภูมิให้เหมาะสมกับกระบวนการใช้งาน เนื่องจากเมื่ออุณหภูมิสูงขึ้น ความหนืดจะลดลง ทำให้วัสดุไหลและผสมกับมวลรวมได้ง่ายขึ้น
ดังนั้นการใช้งาน AC 60/70 จึงแตกต่างจาก Asphalt Emulsion เช่น CRS-2 ซึ่งถูกออกแบบมาให้อยู่ในรูปของเหลว
AC 60/70 เหมาะกับงานอะไรที่สุด?
หากเป็นงานที่ต้องการ Asphalt Binder สำหรับผลิต Asphalt Mix หรือ Asphalt Concrete ควรพิจารณา AC 60/70 ตาม Specification และ Mix Design ของโครงการ
AC 60/70 คือ Binder ส่วน Asphalt Concrete คือวัสดุผสมที่ประกอบด้วย Binder และมวลรวม ไม่ใช่สิ่งเดียวกัน
6. ยางมะตอย AC 80/100 ใช้ทำอะไร?
AC 80/100 หรือ Asphalt Cement 80/100 เป็นยางมะตอยบริสุทธิ์ในกลุ่ม Penetration Grade เช่นเดียวกับ AC 60/70 แต่มีช่วงค่า Penetration แตกต่างกัน
โดยหลักการทั่วไป ค่าการทะลวงมากขึ้นหมายถึงวัสดุมีแนวโน้มอ่อนกว่า ดังนั้น AC 80/100 จึงมีแนวโน้มอ่อนกว่า AC 60/70 เมื่อเปรียบเทียบภายใต้ระบบเดียวกัน
AC 80/100 เหมาะกับงานอะไร?
สามารถใช้ในงานที่ Specification กำหนดให้ใช้เกรด 80/100 เช่น
- งานก่อสร้างถนน
- งานผลิต Asphalt Mix
- งานปรับปรุงผิวทาง
- งานซ่อมบำรุงผิวทาง
- งานที่ต้องใช้ Asphalt Binder
- งานที่ต้องการวัสดุประสานสำหรับมวลรวม
เนื่องจากเป็น Asphalt Cement จึงต้องพิจารณาอุณหภูมิและวิธีการใช้งานให้เหมาะสม โดยเฉพาะเมื่อใช้เป็น Binder ใน Asphalt Mix
ไม่ควรสรุปว่า AC 80/100 ดีกว่า AC 60/70 หรือกลับกัน เพราะเกรดที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ ปริมาณการจราจร ลักษณะงาน Mix Design และ Specification ของโครงการ
7. ยางมะตอย CRS-2 ใช้ทำอะไร?
CRS-2 หรือ Cationic Rapid Setting Asphalt Emulsion เป็นยางมะตอยอิมัลชันชนิดประจุบวกที่อยู่ในกลุ่ม Rapid Setting
ระบบของ CRS-2 ประกอบด้วย Asphalt, Water และ Emulsifying Agent โดยอาจมีสารเติมแต่งอื่นตามสูตรของผู้ผลิต
จุดสำคัญคือ CRS-2 สามารถอยู่ในรูปของเหลวสำหรับนำไปกระจายบนพื้นผิวหรือมวลรวม จากนั้นเกิดกระบวนการ Breaking ทำให้ Asphalt กลับมารวมตัวและทำหน้าที่เป็น Binder
CRS-2 เหมาะกับงานอะไร?
เหมาะกับงาน เช่น
- Tack Coat
- Chip Seal
- Surface Treatment
- Seal Treatment
- งานบำรุงรักษาผิวทางบางประเภท
- งานที่ต้องการวัสดุประสานระหว่างผิวทางกับมวลรวม
เตรียมพื้นผิว → พ่น CRS-2 → โรย Aggregate → บดอัด → เกิด Breaking → ได้ชั้นผิวทาง
CRS-2 ต้องต้มก่อนใช้หรือไม่?
จุดเด่นของ Asphalt Emulsion คือสามารถใช้งานในรูปของเหลวได้โดยไม่จำเป็นต้องใช้ความร้อนสูงแบบ Asphalt Cement
อย่างไรก็ตาม ไม่ควรตีความว่าไม่ต้องสนใจอุณหภูมิเลย เพราะอุณหภูมิของวัสดุ พื้นผิว และสภาพอากาศยังส่งผลต่อการพ่น การกระจายตัว และการ Breaking ของ CRS-2
CRS-2 เหมาะกับงานแบบไหนที่สุด?
หากต้องการยางสำหรับ Tack Coat, Chip Seal หรือ Surface Treatment ควรพิจารณา CRS-2 ตามระบบงานและ Specification ของโครงการ
CSS-1, CSS-1h, CMS-2h และ CRS-2 ต่างกันอย่างไร?
ยางมะตอยทั้ง 4 ชนิดเป็นผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม Asphalt Emulsion แต่ไม่ได้หมายความว่าจะใช้งานแทนกันได้ทั้งหมด
CSS-1
เหมาะกับงานที่ต้องการการเซตตัวช้ากว่า เช่น งานเตรียมพื้นทางและ Prime Coat
CSS-1h
เหมาะกับงาน Prime Coat และระบบงานที่ต้องการการประสานหรือเตรียมพื้นผิวตามข้อกำหนด
CMS-2h
เหมาะกับงานปะซ่อมและการทำ Cold Mixed Asphalt รวมถึงงานปรับระดับบางประเภท
CRS-2
เป็น Rapid Setting Emulsion เหมาะกับงานที่ต้องการการเซตตัวเร็วกว่า เช่น Tack Coat, Chip Seal และ Surface Treatment
ดังนั้นวิธีเลือกที่ง่ายที่สุดคือ เริ่มจากประเภทงานก่อน แล้วจึงเลือกเกรดยางมะตอย
AC 60/70, AC 80/100 และ MC-70 ต่างกันอย่างไร?
แม้ชื่อจะคล้ายกัน แต่ทั้งสามชนิดมีรูปแบบการใช้งานแตกต่างกัน
| ผลิตภัณฑ์ | ประเภท | ลักษณะสำคัญ | งานโดยทั่วไป |
| AC 60/70 | Asphalt Cement | Asphalt Binder กลุ่ม Penetration Grade | Asphalt Mix / งานทาง |
| AC 80/100 | Asphalt Cement | Asphalt Binder กลุ่ม Penetration Grade | Asphalt Mix / งานทาง |
| MC-70 | Cutback Asphalt | ใช้ Solvent ช่วยให้ยางอยู่ในรูปเหลว | Prime Coat |
AC 60/70 และ AC 80/100 เป็น Asphalt Binder ขณะที่ MC-70 เป็น Cutback Asphalt ซึ่งมีตัวทำละลายเป็นส่วนหนึ่งของระบบผลิตภัณฑ์
จึงควรเลือกจากวิธีการก่อสร้างและ Specification ไม่ใช่เลือกจากความรู้สึกว่า “ตัวไหนเหลวกว่าก็น่าจะใช้ง่ายกว่า” เพราะงานก่อสร้างไม่ค่อยสนใจความรู้สึกเราเท่าไรนัก
ถ้าจะทำงาน Prime Coat ควรเลือกยางตัวไหน?
สำหรับงาน Prime Coat ต้องดู Specification ของโครงการก่อน โดยผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับลักษณะงานนี้จากรายการสินค้าที่มี ได้แก่
- CSS-1
- CSS-1h
- MC-70
การเลือกควรพิจารณา
- ชนิดของพื้นทาง
- ความพรุนของพื้นผิว
- ความชื้น
- วิธีการก่อสร้าง
- อัตราการใช้
- ระยะเวลาการ Curing หรือ Setting
- Specification ของโครงการ
Tack Coat มีหน้าที่หลักในการช่วยสร้างการยึดเกาะระหว่างชั้นแอสฟัลต์
จากรายการผลิตภัณฑ์นี้ CRS-2 เป็นตัวที่ระบุการใช้งานด้าน Tack Coat โดยตรง
ก่อนพ่นต้องเตรียมพื้นผิวให้สะอาด กำจัดฝุ่น เศษวัสดุ และสิ่งสกปรก รวมถึงควบคุมอัตราการพ่นให้สม่ำเสมอ
หากพ่นมากเกินไปอาจทำให้เกิดยางส่วนเกินบนผิวทาง ขณะที่หากพ่นน้อยเกินไปอาจทำให้การยึดเกาะไม่เพียงพอ
ถ้าจะปะซ่อมหลุมหรือทำ Cold Mix ควรเลือกตัวไหน?
สำหรับงาน ปะซ่อมผิวทางและ Cold Mixed Asphalt ผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับลักษณะงานตามข้อมูลที่ให้มาคือ CMS-2h
แนวทางการทำงานคือ
เตรียมหลุมหรือพื้นที่เสียหาย → ทำความสะอาด → เตรียมวัสดุผสม → ผสม CMS-2h → เทหรือปะลงพื้นที่ → ปรับระดับ → บดอัด
อย่างไรก็ตาม หากความเสียหายเกิดจากปัญหาโครงสร้างชั้นทาง การใช้ยางมะตอยปะผิวเพียงอย่างเดียวอาจไม่สามารถแก้ปัญหาที่ต้นเหตุได้
ถ้าจะทำ Asphalt Concrete ควรเลือกตัวไหน?
งาน Asphalt Concrete ต้องแยกให้ออกระหว่าง “ยางมะตอย” กับ “ส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีต”
Asphalt Concrete ประกอบด้วยมวลรวมและ Asphalt Binder ตาม Mix Design โดย AC 60/70 หรือ AC 80/100 อาจทำหน้าที่เป็น Binder หาก Specification กำหนดให้ใช้เกรดดังกล่าว
ปริมาณยางมะตอยต้องมาจาก Mix Design ไม่ควรใช้สูตรตายตัวกับทุกงาน เพราะขนาดคละของมวลรวม ปริมาณการจราจร สภาพอากาศ และคุณสมบัติของวัสดุมีผลต่อการออกแบบส่วนผสม
วิธีเลือกยางมะตอยให้เหมาะกับงานแบบง่าย ๆ
หากยังไม่แน่ใจว่าควรเลือกผลิตภัณฑ์ตัวไหน สามารถเริ่มต้นจากคำถามง่าย ๆ ดังนี้
ต้องการเตรียมพื้นทางก่อนทำผิวทาง
พิจารณา CSS-1, CSS-1h หรือ MC-70 ตาม Specification
ต้องการปะซ่อมและทำ Cold Mix
พิจารณา CMS-2h
ต้องการ Tack Coat
พิจารณา CRS-2
ต้องการทำ Chip Seal หรือ Surface Treatment
พิจารณา CRS-2 ตามระบบงาน
ต้องการผลิต Asphalt Mix
พิจารณา AC 60/70 หรือ AC 80/100 ตาม Mix Design และ Specification
สิ่งที่ต้องตรวจสอบก่อนนำยางมะตอยไปใช้งาน
ไม่ว่าจะเลือกยางมะตอยชนิดใด ควรตรวจสอบข้อมูลต่อไปนี้ก่อนเริ่มงาน
- ประเภทของยางมะตอย
- Grade
- Specification ของโครงการ
- Technical Data Sheet (TDS)
- Safety Data Sheet (SDS)
- COA หากโครงการกำหนด
- Batch/Lot
- วันที่ผลิต
- วิธีการจัดเก็บ
- อัตราการใช้
- อุณหภูมิที่เหมาะสม
- สภาพพื้นผิว
- สภาพอากาศ
- วิธีการพ่นหรือผสม
- อุปกรณ์ที่ใช้ในการก่อสร้าง
ส่วน Asphalt Cement ควรให้ความสำคัญกับการควบคุมอุณหภูมิ เพราะความหนืดของวัสดุเปลี่ยนแปลงตามอุณหภูมิ
สิ่งสำคัญที่สุดคือ ไม่มี “ยางมะตอยตัวเดียวที่ดีที่สุดสำหรับทุกงาน” เพราะแต่ละผลิตภัณฑ์ถูกออกแบบมาให้เหมาะกับสภาพงานและกระบวนการก่อสร้างที่แตกต่างกัน
ก่อนสั่งซื้อควรระบุให้ชัดเจนว่า นำไปใช้กับงานอะไร พื้นผิวเป็นแบบไหน ต้องการพ่น ผสม หรือปะซ่อม และโครงการกำหนด Specification ใด จากนั้นจึงเลือก Grade ที่ตรงกับงาน
สำหรับผลิตภัณฑ์ที่บรรจุ ถังใหญ่ 200 ลิตร ปริมาตรของถังไม่ได้บอกว่าทำงานได้กี่ตารางเมตรโดยอัตโนมัติ เพราะพื้นที่ใช้งานขึ้นอยู่กับอัตราการใช้ของงานนั้น ๆ หากทราบอัตราการใช้ สามารถคำนวณเบื้องต้นได้จาก
พื้นที่ที่ทำได้ = ปริมาณยางมะตอย ÷ อัตราการใช้ต่อตารางเมตร
แต่ในการทำงานจริงควรเผื่อปัจจัยด้านการสูญเสีย สภาพพื้นผิว วิธีการพ่น และข้อกำหนดของโครงการด้วย



